สังคมธุรกิจ » “PRAPAT” คาดปี 64 โตมากกว่า 900 ล้าน

“PRAPAT” คาดปี 64 โตมากกว่า 900 ล้าน

22 พฤศจิกายน 2020
194   0

PRAPAT” คาดปี 64 มีแนวโน้มรายได้โตมากกว่า 900 ล้านบาท เร่งสร้างคลังสินค้า – โชว์รูม หวังดันยอดขาย เตรียมทุ่มงบกว่า 50 ล้าน ลงทุนระบบบัญชีและกำลังการผลิตปีหน้า

นายวีระพงค์ ลือสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PRAPAT ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำยาซักรีด น้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสำหรับภาคอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2564 นั้น  บริษัทฯ ตั้งเป้าสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 900 ล้านบาท จากการเพิ่มศูนย์บริการเพื่อจัดแสดงสินค้าและช่องทางการจำหน่าย การรักษาฐานลูกค้าเดิมและสร้างฐานลูกค้าใหม่ รวมถึงการขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีโครงสร้างรายได้มาจาก รายได้จากการขาย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ของรายได้รวม และที่เหลืออีกประมาณ 20% มาจากรายได้จากการค่าเช่าและบริการ โดยมีสัดส่วนรายได้จากขายมาจากกลุ่มธุรกิจหลัก 7 ประเภท  ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ซักรีด กลุ่มผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ กลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านครัว กลุ่มผลิตภัณฑ์แม่บ้านและทำความสะอาดพื้น จากยอดขาย  กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน กลุ่มผลิตภัณฑ์สระว่ายน้ำ และกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำร้อนประหยัดพลังงาน

ส่วนรายได้ที่มาจากค่าเช่าและบริการนั้น มีสัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มธุรกิจ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ งานบริการสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านครัว งานบริการสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์สระว่ายน้ำ งานบริการสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำร้อนประหยัดพลังงาน และรายได้บริการอื่น

“ในปี 2564 บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้รวมประมาณ 880 ล้านบาท เป็นมากกว่า 900 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นสองหลัก โดยมาจากการเพิ่มโชว์รูมสินค้าและการเพิ่มตัวแทนการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ การขยายฐานลูกค้าใหม่ รวมถึงการบริหารจัดการต่างๆ ถึงแม้ว่าธุรกิจบางส่วนจะยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าโรงแรมและกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่คาดว่าในปีหน้าจะฟื้นตัวดี” นายวีระพงค์ กล่าว

นายวีระพงค์ กล่าวต่อว่า ในตอนนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการก่อสร้างโชว์รูมสำหรับการจัดแสดงสินค้าและสาธิตการใช้ผลิตภัณฑ์ โดยใช้งบลงทุนประมาณ 9 ล้านบาท เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยตรง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคมนี้ รวมถึงการก่อสร้างคลังสินค้าขนาด 5,800 ตารางเมตร โดยตั้งอยู่ในพื้นที่โรงงาน อ.เขาย้อย จ. เพชรบุรี เพื่อเป็นคลังขนถ่ายสินค้า และคาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้าง 12-18 เดือน ใช้งบลงทุนประมาณ 72 ล้านบาท ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่ได้จากการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ( ไอพีโอ)

อย่างไรก็ดี ในส่วนของเม็ดเงินดังกล่าว บริษัทฯ ได้นำมาลงทุนในระบบบัญชีประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในไตรมาส 4 นี้  โดยใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานประมาณ 12-15 เดือนจึงจะแล้วเสร็จ และอีก 30 ล้านบาท ได้นำมาลงทุนในระบบควบคุมการผลิต ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า และใช้ระยะเวลาในการดำเนินงาน 12-18 เดือน