อุตสาหกรรม-AEC- SME » กระทรวงอุตสาหกรรม สานพลังเครือข่ายชุมชน โชว์ผลสำเร็จ 2 โครงการ เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานราก

กระทรวงอุตสาหกรรม สานพลังเครือข่ายชุมชน โชว์ผลสำเร็จ 2 โครงการ เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานราก

13 มีนาคม 2019
348   0

กระทรวงอุตสาหกรรม สานพลังชุมชน โชว์ผลสำเร็จดึงอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานราก สร้างความยั่งยืนสู่ชุมชน พร้อมจับมือเครือข่ายภาครัฐและเอกชน เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ อย่างยั่งยืนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์และบริการชุมชน โดยส่งเสริมการใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี หวังยกระดับเชื่อมโยงสู่สากล พร้อมทั้งเปิดตัวตราสัญลักษณ์ CIV MARK เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักรู้และประชาสัมพันธ์โครงการยกระดับหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป

ดร.สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลตามแนวทางประชารัฐภายใต้โมเดล “ประเทศไทย 4.0” คือ มุ่งเน้นการพัฒนาโดยตั้งอยู่บนฐานของความได้เปรียบ เชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ประเทศไทยมีอยู่เดิมนำมาต่อยอดด้วยองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village; CIV) ควบคู่ไปกับการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนเพิ่มขึ้นที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมมีมาตรการต่าง ๆ

ในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนทุกระดับ ตั้งแต่เศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) ให้สามารถก้าวไปสู่ระดับ SMEs เพื่อรองรับตลาดการท่องเที่ยวชุมชน จึงได้ดำเนินโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village; CIV) หรือหมู่บ้าน CIV แล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยมีหมู่บ้านที่ผ่านการพัฒนาแล้วกว่า 107 หมู่บ้าน และหมู่บ้านที่จะเข้ารับการพัฒนา อีกกว่า 215 หมู่บ้าน ซึ่งแนวคิดหลักของหมู่บ้าน CIV คือ หมู่บ้านแห่งความสมดุลที่นำทุนวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ชุมชน มาผนวกกับความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และบริการของชุมชน เชื่อมโยง

กับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน ก่อให้เกิดการกระจายรายได้ ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งความสำเร็จของชุมชนจะขึ้นอยู่กับความสามัคคีและความเข็มแข็งในการรวมพลังกัน เพื่อสร้างให้ชุมชนค้นพบเสน่ห์แห่งวิถีที่น่าสนใจ ไม่เพียงแต่ผลิตภัณฑ์เท่านั้นยังขึ้นอยู่กับอัตลักษณ์ชุมชน หลาย ๆ ด้าน ที่เป็นของดีของเด่นในชุมชน โดยกระทรวงอุตสาหกรรม จะเข้ามาช่วยเติมเต็มให้ชุมชน ค้นพบช่องทางในการสร้างจุดขาย และสร้างพลังให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมีหมู่บ้าน CIV ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยภายในระยะเวลา ๕ ปี นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งโครงการซึ่งถือได้ว่า เป็นการเชื่อมโยง เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว

ได้แก่ โครงการสร้างสรรค์อัตลักษณ์สินค้าอุตสาหกรรมชุมชน สู่สากล หรือ “โครงการไทยเด่น” Product Hero ประจำจังหวัด 77 ผลิตภัณฑ์ 77 จังหวัด ซึ่งมุ่งเน้น การสร้างเศรษฐกิจชุมชน โดยนำวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ผสมผสานกับแนวคิดสร้างสรรค์ถ่ายทอดผ่านสินค้า ของแต่ละชุมชนออกมาเป็นสินค้าของฝากของที่ระลึกที่มีศักยภาพ มีความโดดเด่นของแต่ละชุมชน หรือหมู่บ้านนั้น ๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านวิถีชีวิตของชุมชน ที่มีเสน่ห์ทางประเพณี วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับต้นทุนทั้งวัตถุดิบและบริการด้านท่องเที่ยวของหมู่บ้าน ให้สามารถ ดึงเม็ดเงินจากภายนอกเข้าสู่ชุมชน สร้างความยั่งยืนและสามารถพึ่งพาตนเองผ่านสินค้าเด่น ประจำชุมชนอย่างแท้จริง

ด้านนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้ดำเนินงานโครงการยกระดับหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (Creative Industry Village: CIV) ภายใต้งบประมาณปี พ.ศ. 2562 และโครงการสร้างสรรค์อัตลักษณ์สินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่สากล หรือ ที่เรียกว่า “โครงการไทยเด่น” ซึ่งดำเนินการภายใต้งบประมาณ ของกองทุนพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แนวทางที่ 3 นั้น ทั้ง 2 โครงการเป็นการดำเนินงาน

ในรูปแบบของการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy) ให้มีความเข้มแข็ง สามารถสร้างรายได้ และความมั่นคงให้กับ คนในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยในส่วนของการดำเนินโครงการ “หมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ Creative Industry Village: CIV” นั้น จากผลการดำเนินการพัฒนาในช่วงที่ผ่านมา พบว่า การพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จำเป็นต้องมีการบูรณาการหลายภาคส่วน ภายใต้แนวคิดและการน้อมนำศาสตร์พระราชาที่เน้น “การระเบิดจากข้างใน” เป็นแนวทางในการพัฒนา สร้างความเข้มแข็งให้คนในชุมชนมีความพร้อมที่จะรับและร่วมเป็นพลังในการพัฒนาเสียก่อน แล้วจึงดำเนินการพัฒนาในส่วนต่าง ๆ ที่จะเกื้อกูลให้เกิดการพัฒนาหมู่บ้าน เป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิตท้องถิ่น และต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในที่สุด

นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินงาน “โครงการไทยเด่น” โดย กสอ. ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง จากหน่วยงานเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อเข้าร่วมในการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าสู่กระบวนการพัฒนาเป็นต้นแบบสินค้า พร้อมจัดทำบรรจุภัณฑ์ที่มีความสวยงาม ซึ่งได้ดำเนินการพัฒนารวม 77 ผลิตภัณฑ์ จาก 77 จังหวัด ทั่วประเทศ อีกทั้งยังได้มีการเสริมความรู้และช่องทางการตลาดออนไลน์ให้แก่ผู้ผลิตในชุมชน รวมถึงได้ดำเนินกิจกรรมสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์สินค้าเด่นของแต่ละจังหวัดให้เป็นที่รู้จักทั้งแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) และสินค้าเด่นของพื้นที่นั้น ๆ อย่างกว้างขวางผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิเช่น Facebook, Youtube และการจัดรายการเรียลลิตี้ทางทีวี เป็นต้น

พร้อมกันนี้ กสอ. ยังได้จัดกิจกรรมสัมมนาและจัดแสดงนิทรรศการหมู่บ้าน CIV และผลิตภัณฑ์ ไทยเด่น 77 ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทาง การขับเคลื่อและพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) กับหน่วยงานร่วมดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีมุมมองและแนวคิดที่สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ช่วยกันบูรณาการและดำเนินงานอย่างเป็นเอกภาพ ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญของการพัฒนาหมู่บ้าน CIV ทั้ง 215 หมู่บ้าน นอกจากนี้ กสอ. ยังได้มีการจัดพิธีลงนามความร่วมมือในการพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV)

ระหว่าง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (อพท.) และสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOTPA) เพื่อเป็นการบูรณาการ กับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ส่งเสริม และพัฒนา ตามมาตรการยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy) สำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม หรือ SMEs พร้อมเปิดตราสัญลักษณ์ CIV MARK เพื่อเป็นการสร้าง ความตระหนักและประชาสัมพันธ์โครงการยกระดับหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป นายกอบชัย กล่าวทิ้งท้าย